วันอังคารที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2553
สาร/วัตถุอันตรายที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค
งานพัฒนาก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคสำหรับนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง พื้นที่ประมาณ 3,000 ไร่
- งานก่อสร้างระบบถนน
- งานก่อสร้างระบบระบายน้ำฝน
- งานก่อสร้างระบบระบายน้ำเสีย
- งานก่อสร้างระบบเส้นท่อส่งจ่ายน้ำประปา
- งานก่อสร้างระบบไฟฟ้า
- งานก่อสร้างระบบโทรศัพท์
- งานถมดินปรับระดับพื้นที่สำหรับขาย
ประเภทของสาร/วัตถุอันตรายที่เกี่ยวข้องกับงาน
งานก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคส่วนใหญ่สาร/วัตถุอันตรายที่พบเจอบ่อยที่สุดคือตัวทำละลายประเภททินเนอร์ ซึ่ง UN ได้จัดอยู่ในประเภทของเหลวไวไฟ (ไม่มีขั้ว/ไม่รวมกับน้ำ): Paint (Flammable) and Paint related material (Flammable): UN Number 1263: Guide Number 128
สถานที่และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสาร/วัตถุอันตราย
งานก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคมีบางส่วนที่ต้องใช้ทินเนอร์ในงานอาทิเช่น งานทาสีเหล็ก Dowel bar สำหรับถนน งานทาสีเหล็กตระแกรงสำหรับระบบระบายน้ำฝนและระบบระบายน้ำเสีย งานทาสีเหล็กฉากประกอบฝาครอบบ่อพักต่างๆ งานทาสี Curb และป้ายจราจร โดยผู้รับเหมาจะดำเนินการในบริเวณพื้นที่เปิดโล่งหน้างาน หรือบริเวณโรงเชื่อมซึ่งเปิดโล่งเช่นกัน
ความเป็นพิษและอันตราย
ทินเนอร์มีส่วนผสมของตัวละลายอินทรีย์หลายตัวผสมรวมกันขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน โดยทั่วไปในท้องตลาดทินเนอร์จะมีขายอยู่ 3 เกรด คือ A, AA และ AAA
จากเอกสารข้อมูลด้านความปลอดภัย (MSDS) ของทินเนอร์ที่ใช้ในงานก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคสำหรับนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง (บริษัท คาร์โก้เคมีเคิล จำกัด, http://www.carco.co.th/home/images/AA_Carwa.pdf) มีข้อมูลดังนี้
1. ชื่อผลิตภัณฑ์: ทินเนอร์ AA CARWA/ AA KSC
ชื่อผู้ผลิต, ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์: บริษัท คาร์โก้เคมิเคิล จำกัด เลขที่ 66/1 ถ.อ่อนนุช แขวงประเวศ กรุงเทพฯ 10250, หมายเลขโทรศัพท์ โรงงาน 038-595508-9 ออฟฟิศ 02-721-7999
2. ส่วนประกอบและข้อมูลส่วนผสม
สารเคมีอันตรายที่มีผลต่อสุขภาพร่างกาย
ชื่อสารเคมี อัตราส่วน สัญลักษณ์ ผลกระทบต่อร่างกาย
เมธิลไอโซบิวทิลคีโทน 1-5
ไซลีน 5-10 Xn R20, R21, R38
เอธิลเบนซิล 20-30 Xn R20
อัลคิลเบนซิล C9-C10 60-70
ข้อมูลความเป็นพิษ: ข้อมูลไม่เพียงพอในการยืนยัน ไอของตัวทำละลายที่มีความเข้มสูงกว่ามาตรฐานจะเป็นสาเหตุของการทำลายอวัยวะภายในระบบประสาทสูญเสิยความทรงจำ การระคายเคือง และหมดสติ ผลิตภัณฑ์ที่มีสารโคลทาร์ ซึ่งสามารถซึมเข้าผิวหนังได้ทำให้เกิดการระคายเคือง โดยเฉพาะถ้าถูกแสงแดดด้วยการสัมผัสเป็นเวลานาน ทำให้ไขมันที่ผิวหนังถูกซะล้าง ทำให้เกิดผื่นคัน และซึมเข้าสู่ผิวหนัง ในกรณีที่สารเคมีเข้าสู่ร่างกายโดยการรับประทาน จะทำให้มีอาการปวดท้อง และหากถูกทำให้อาเจียนออกมาอาจทำให้สารเคมีเข้าสู่ปอดได้
ข้อมูลรายละเอียดของสารอันตราย: เป็นสารไวไฟ มีความไวไฟสูง ประกอบด้วย สารพิษไซลีน, อัลคิลเบนซิน C9-C10 มีอันตรายต่อระบบหายใจ ผิวหนังและร่างกายทำให้มีการระคายเคืองผิวหนัง
แนวทางการป้องกัน
ในการทำงานที่ต้องเกี่ยวข้องกับทินเนอร์ ผู้ผลิตแนะนำโดยแยกตามประเภทดังนี้
1. การป้องกันทางการหายใจ: เมื่อไอระเหยของสารเคมีมีความเข้มข้นมากกว่า TLV ควรใช้อุปกรณ์ช่วยในการหายใจ
2. การป้องกันสารเคมีโดยการสัมผัสทางมือ: ควรทาครีมหรือสวมถุงมือให้เหมาะสมไม่ควรใช้ครีมที่สามารถละลายได้ด้วยน้ำกับถุงมือยางหรือพลาสติก
3. การป้องกันสารเคมีทางตา: ควรสวมแว่นตา หรือหน้ากากป้องกันการกระเด็นของสารเคมี
4. การป้องกันทางผิวหนัง: ควรสวมชุดป้องกันสารเคมีเมื่อทำการพ่นสารเคมี
5. หากรับประทานเข้าไปก็ไม่ควรทำให้ผู้ป่วยอาเจียน ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลพร้อมทั้งนำฉลากหรือข้อมูลด้านความปลอดภัยของสารเคมี/วัตถุอันตรายไปด้วย
เอกสารอ้างอิง
[1] 2008 EMERGENCY RESPOND GUIDEBOOK (เรียงลำดับตาม UN Number). เว็บไซด์ฐานความรู้เรื่องความปลอดภัยด้านสารเคมี <> http://www.chemtrack.org/UNNumber-List.asp
[2] เอกสารข้อมูลด้านความปลอดภัย. เว็บไซด์บริษัท คาร์โก้เคมิเคิล จำกัด <> http://www.carco.co.th/home/images/ AA_Carwa.pdf
วันเสาร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2553
กฎหมายอนุญาโตตุลาการของไทยที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันได้รับแนวคิดมาจากกฎหมายแม่แบบว่าด้วยอนุญาโตตุลาการทางการค้าระหว่างประเทศของคณะกรรมาธิการกฎหมายการค้าระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ ซึ่งกฎหมายแม่แบบดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อให้ประเทศต่างๆ ได้นำไปพิจารณาบัญญัติเป็นกฎหมายภายในของแต่ละประเทศ
ระบบอนุญาโตตุลาการเป็นวิธีการระงับยุติข้อพิพาทอย่างหนึ่งที่มีการนำไปใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ต่อมาได้มีการจัดทำข้อตกลงระหว่างประเทศในเรื่องระบบอนุญาโตตุลาการขึ้น ซึ่งประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีผูกพันตามข้อตกลงดังกล่าว ในขณะนั้นศาลยุติธรรมก็ให้หันมาความสำคัญกับระบบอนุญาโตตุลาการ โดยเห็นว่าเป็นทางเลือกทางหนึ่งของประชาชนในการยุติข้อพิพาทนอกจากการฟ้องคดีต่อศาล ศาลยุติธรรมจึงจัดตั้งสถาบันอนุญาโตตุลาการขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2533 และได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ 20 ปี คดีที่เข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการตั้งแต่ต้อนจนถึงปัจจุบันคิดเป็นทุนทรัพย์โดยรวมมีจำนวนมากกว่าสองแสนล้านบาท จากการที่ศาลยุติธรรมได้ยกร่างพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการฉบับแรกคือ ฉบับ พ.ศ. 2530 ต่อมาได้ยกร่างพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ ฉบับ พ.ศ. 2545 และในปี พ.ศ. 2550 ได้มีการยกร่างพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ ฉบับ พ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นฉบับที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน
ระบบอนุญาโตตุลาการเป็นระบบที่เข้ามาช่วยเสริมระบบของศาล ระบบอนุญาโตตุลาการจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาระบบของศาล กระบวนการอนุญาโตตุลาการหลายอย่างมีความจำเป็นที่จะต้องอาศัยอำนาจศาล เช่น การแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการ การขอให้ศาลออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระหว่างกระบวนการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ การพิพากษาของศาลเพื่อบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ เป็นต้น
ตามที่ได้เกริ่นนำมาแล้วข้างต้นว่าการอนุญาโตตุลาการเป็นกระบวนการระงับข้อพิพาทระหว่างคู่พิพาทซึ่งในปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นกระบวนการระงับข้อพิพาททางการพาณิชย์ระหว่างประเทศที่มีประสิทธิภาพและได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้นเนื่องจากคู่พิพาทมีอิสระในการคัดเลือกตัวบุคคลที่จะมาเป็นอนุญาโตตุลาการในการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทของตนได้ ซึ่งอนุญาโตตุลาการนี้อาจเป็นบุคคลที่มีความรู้ความชำนาญในแวดวงธุรกิจหรือมีความรู้เฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาท และสามารถเลือกภาษาที่จะใช้ในการพิจารณาข้อพิพาทของอนุญาโตตุลาการตลอดจนถึงสถานที่ทำการอนุญาโตตุลาการซึ่งจะมีผลถึงกฎหมายที่จะนำมาปรับใช่แก่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ นอกจากนี้ขั้นตอนในการดำเนินกระบวนพิจารณาหรือวิธีพิจารณาความของอนุญาโตตุลาการยังขึ้นอยู่กับข้อตกลงของคู่พิพาทด้วย ซึ่งเป็นผลทำให้กระบวนพิจารณามีความยืดหยุ่นรวดเร็วและสามารถรักษาความลับทางธุรกิจของคู่พิพาท
จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันประเทศได้เปิดตลาดการค้าเสรีมีนักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งในภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการสัญญาขนาดใหญ่ของรัฐ ซึ่งในสัญญาของโครงการร่วมทุน หรือสัมปทานขนาดใหญ่เหล่านี้มีสัญญาอนุญาโตตุลาการระบุไว้ในสัญญาทุกสัญญา ทั้งนี้ผู้ที่ลงทุนในธุรกิจระหว่างประเทศได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุญาโตตุลาการ
ในส่วนของงานวิศวกรรมด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการประเภทใดก็ตามมักจะเกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นได้ตลอดระยะเวลาถึงแม้งานเหล่านั้นจะเสร็จและสามารถใช้งานไปแล้วก็ตาม ปัญหาความขัดแย้งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ค่อนข้างยากถึงแม้ผู้ที่เกี่ยวข้องจะพยายามหาทางป้องกันไว้ตั้งแต่เริ่มโครงการแล้วก็ตาม เมื่อเกิดปัญหาข้อขัดแย้งขึ้นหากคู่กรณีไม่สามารถสรุปหาข้อยุติในความขัดแย้งนั้นได้ก็จะเกิดเป็นข้อพิพาทขึ้น ซึ่งเมื่อถึงขั้นตอนนี้วิธีวิธีการอนุญาโตตุลาการจึงได้ถูกกล่าวถึงและมีการนำมาใช้ในการระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในงานด้านวิศวกรรม อาทิเช่น โครงการสนามบินสุวรรณภูมิ โครงการทางด่วนต่างระดับ โครงการรถไฟฟ้าใต้ดิน และโครงการสัมปทานต่างๆ ซึ่งโครงการเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับงานด้านวิศวกรรมเกือบทั้งหมด โดยในระหว่างการดำเนินการหลายโครงการประสบกับปัญหาข้อขัดแย้งที่ไม่สามารถหาข้อยุติได้จนกลายเป็นข้อพิพาทเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น กรณีข้อพิพาททางด่วนต่างระดับบูรพาวิถี กรณีข้อพิพาทสัญญา ITV กรณีข้อพิพาทหวยออนไลน์
วิธีการอนุญาโตตุลาการนี้ได้รับการยอมรับกันในระดับสากลคือสามารถใช้ระบบนี้ได้ในกว่า 140 ประเทศ
ดังนั้นวิธีการระงับข้อพิพาทโดยวิธีการอนุญาโตตุลาการจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับบุคลากรทางด้านวิศวกรรมที่ควรศึกษาและทำความเข้าใจถึงหลักการ วิธีการดำเนินการ ขั้นตอนต่างๆ ของระบบอนุญาโตตุลาการ รวมถึงศึกษากรณีตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป
คณะผู้จัดทำได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของระบบอนุญาโตตุลาการดังกล่าวข้างต้น จึงได้ศึกษาค้นคว้ารวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลที่ได้เป็นบทความอนุญาโตตุลาการกับงานวิศวกรรม โดยได้จัดแบ่งเป็น 6 บทความดังนี้
จัดทำโดย นายปราโมทย์ ชาญบัณฑิต รหัสนักศึกษา 5214770149
จัดทำโดย นายวาสุเทพ ช่างสุวรรณ รหัสนักศึกษา 5214770219
จัดทำโดย นายอภิสิทธิ์ อินจันทร์ รหัสนักศึกษา 5214770136
จัดทำโดย นางสาววันดี พืชผา รหัสนักศึกษา 5214770297
จัดทำโดย นายนายธีรพงษ์ ปากเมย รหัสนักศึกษา 5214770079
จัดทำโดย นายชัยพร พูลขันธ์ รหัสนักศึกษา 5214770042
วันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2553
นายปราโมทย์ ชาญบัณฑิต
นักศึกษาหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการตรวจสอบและกฎหมายวิศวกรรม มหาวิทยาลัยรามคำแหง pramote@.amata.com, civil6967@gmail.com
บทคัดย่อ
การระงับข้อพิพาทโดยการอนุญาโตตุลาการเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคู่สัญญาที่ตกลงร่วมกันว่าจะใช้วิธีการอนุญาโตตุลาการในการระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีหลักการพื้นฐานคือ หลักความสมัครใจ หลักความเป็นอิสระ หลักชอบด้วยกฎหมาย สุจริต และยุติธรรม ในประเทศไทยการอนุญาโตตุลาการมีปรากฏอยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเมื่อ พ.ศ. 2477 จนถึงปัจจุบันมีการประกาศใช้ พ.ร.บ. อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2550 กระบวนการอนุญาโตตุลาการมีข้อดี คือ สะดวก รวดเร็ว เชี่ยวชาญ เป็นความลับ ผลคำชี้ขาดเป็นที่สุดและบังคับได้ 140 ประเทศทั่วโลก ในสัญญาก่อสร้างของงานโครงการขนาดใหญ่ของรัฐมีการกำหนดสัญญาอนุญาโตตุลาการหรืออาจกำหนดเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาหลัก ปัจจุบันในวงการวิศวกรรมการอนุญาโตตุลาการยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องยังไม่ทราบถึงกระบวนการของการอนุญาโตตุลาการดีเท่าที่ควร
Abstract
The dispute resolution by using arbitration is one of the choices for both sides that they will agree to use it for their problems or future problems. The primary principals are willing to do it, having freedom to do it, and having the right to use the laws fairly and honesty. It has been appeared in Thailand Civil Code of Laws since 1934 until now. In 2007 had proposed act of Arbitration legislation and the advantage for using it is; easy, fast, expert, confidential. The award is blinding final and it has been enforcing for 140 countries worldwide. The contracts for Government Mega Projects have arbitrations to be part of the main agreement, too. Nowadays arbitration is not popular in engineering field, yet because the relating persons still don’t understand how to use it clearly.
คำสำคัญ: การระงับข้อพิพาท, การอนุญาโตตุลาการ, อนุญาโตตุลาการ, ข้อพิพาทในงานวิศวกรรม
1. บทนำ
ในงานวิศวกรรมเกือบทุกสาขา หรือแม้แต่กิจการธุรกิจการค้าอื่นๆ เมื่อมีสัญญาจ้างทำของเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานก่อสร้างใหม่ ซ่อมแซมบำรุงรักษา หรือแม้แต่งานด้านที่ปรึกษา งานออกแบบและควบคุมงานก็ตาม ส่วนใหญ่ในท้ายสัญญามาตรฐานมักจะระบุไว้ว่า หากมีข้อพิพาทเกิดขึ้นให้ใช้วิธีระงับข้อพิพาทโดยวิธีการอนุญาโตตุลาการ บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรมหลายท่านอาจสงสัยว่า การอนุญาโตตุลาการคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร แล้วหากเกิดกรณีพิพาทขึ้นในงานที่ตนเองรับผิดชอบจะต้องเริ่มต้นกระบวนการอย่างไร ในบทความนี้ผู้เขียนได้รวบรวมข้อมูลความรู้เบื้องต้นของการระงับข้อพิพาทโดยวิธีการอนุญาโตตุลาการที่เกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรม เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับบุคลากรทางด้านวิศวกรรม อาทิเช่น ความรู้ หลักการ การใช้วิธีการระงับข้อพิพาทโดยการอนุญาโตตุลาการ ได้รับทราบพอเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานต่อไป
2. ความรู้เบื้องต้นของการระงับข้อพิพาทโดยวิธีการอนุญาโตตุลาการ
2.1 การระงับข้อพิพาท (Dispute resolution)
กระบวนการระงับข้อพิพาทโดยทั่วไปมี 2 กระบวนการคือ
- กระบวนการทางการทูต (Diplomatic practice)
- การเจรจา (Negotiation) เป็นวิธีการระงับข้อพิพาทที่นิยมกันมากที่สุด การระงับข้อพิพาทอาจกระทำโดยผ่านสื่อกลางได้แก่ คณะทูต หรือเจรจากันโดยตรงระหว่างคณะทำงานหรือผู้บริหารของแต่ละหน่วยงาน
- การไกล่เกลี่ย (Mediation) เป็นวิธีการระงับข้อพิพาทโดยมีบุคคลที่สามเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการเจรจา เพื่อให้คู่พิพาทได้เจรจาตกลงกันเพื่อระงับข้อพิพาท
- การประนีประนอม (Conciliation) เป็นวิธีการระงับข้อพิพาทโดยคู่พิพาทมอบหมายให้บุคคลที่สามทำการศึกษาข้อพิพาทในทุกแง่ทุกมุม และเสนอแนวทางในการยุติข้อพิพาท
- การเอื้อเฟื้อออมชอม (Good offices) เป็นวิธีการระงับข้อพิพาทโดยมีบุคคลที่สามพยายามจัดการให้มีกระบวนการเจรจาให้คู่พิพาทได้เจรจากัน - กระบวนการทางยุติธรรม (Judicial practice)
- การระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ (Arbitration) ได้แก่การพิจารณาตัดสินข้อพิพาทโดยบุคคลหนึ่งหรือคณะหนึ่ง ซึ่งคู่พิพาทเลือกและตั้งให้ทำหน้าที่เป็นอนุญาโตตุลาการด้วยความเห็นชอบร่วมกัน
- การระงับข้อพิพาทโดยศาลยุติธรรม (Judicial settlement) ได้แก่ กรณีที่ข้อพิพาทระหว่างคู่พิพาทได้รับการพิจารณาพิพากษาตามเขตอำนาจศาลยุติธรรม โดยคำพิพากษาของศาลยึดหลักกฎหมายและก่อให้เกิดพันธกรณีแก่คู่พิพาท
2.2 การอนุญาโตตุลาการ (Arbitration)
เป็นกระบวนการระงับข้อพิพาททางเพ่งวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ และมีการนำไปใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการค้าการลงทุนมาเป็นเวลานานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างประเทศ โดยระบบอนุญาโตตุลาการเป็นระบบทางกฎหมายอย่างหนึ่งที่คู่พิพาทที่เกิดข้อพิพาทได้ตกลงกันไว้ด้วยการทำเป็นสัญญาเรียกว่า “สัญญาอนุญาโตตุลาการ (Arbitration agreement)” สัญญาอนุญาโตตุลาการนี้อาจเป็นข้อสัญญาหนึ่งในสัญญาหลักก็ได้ มีใจความเป็นการเสนอข้อพิพาทของตนที่เกิดขึ้นหรือจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยแต่งตั้งบุคคลที่สามที่มีความเป็นอิสระและเป็นกลาง มีความรู้ในเรื่องที่พิพาทที่คู่พิพาทเชื่อถือและยอมรับให้เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทที่เกิดขึ้น โดยคู่พิพาททั้งสองฝ่ายมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดตามระเบียบของการอนุญาโตตุลาการ
2.3 อนุญาโตตุลาการ (Arbitrator)
อนุญาโตตุลาการ คือ บุคคลภายนอกที่เป็นอิสระและเป็นกลางไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับคู่พิพาท มีความรู้ความชำนาญในเรื่องที่พิพาทที่คู่พิพาทแต่งตั้งขึ้นเป็นผู้ชี้ขาดข้อพิพาทของตน ส่วนอนุญาโตตุลาการจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับว่าในข้อตกลงระหว่างคู่พิพาทได้มีการกำหนดไว้หรือไม่ว่าผู้ที่จะเป็นอนุญาโตตุลาการได้นั้นจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร เช่น อาจกำหนดว่าต้องจบการศึกษาทาง นิติศาสตร์ การบัญชี วิศวกรรมศาสตร์ เป็นต้น แต่หากไม่มีกำหนดไว้โดยเฉพาะคู่พิพาทก็อาจแต่งตั้งใครก็ได้ที่ตนเห็นว่าเหมาะสม แต่อาจมีบางกรณีที่ศาลจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้แต่งตั้งอนุญาโตตุลาการ เมื่อคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการภายในระยะเวลาที่กำหนด ดังนั้นคู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องร้องขอต่อศาลให้ทำการแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการแทน จึงจะทำให้กระบวนการอนุญาโตตุลาการดำเนินการต่อไปได้
2.4 หลักการพื้นฐานของการอนุญาโตตุลาการ
- หลักความสมัครใจ คู่พิพาทที่ต้องการแก้ไขระงับข้อพิพาทโดยวิธีการอนุญาโตตุลาการจะต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจยินยอมด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย แม้คู่พิพาทจะทำสัญญาโดยมีข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการอยู่แล้วก็ตาม เมื่อเกิดกรณีพิพาทหากไม่มีคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้เสนอให้นำข้อพิพาทสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการแล้ว คณะกรรมการอนุญาโตตุลาการก็จะไม่รับพิจารณากรณีดังกล่าว
- หลักความเป็นอิสระ การอนุญาโตตุลาการจะดำเนินการโดยอิสระ ไม่อยู่ภายใต้การแทรกแซงของฝ่ายปกครอง กลุ่มจัดตั้งหรือบุคคลใดๆ
- หลักชอบด้วยกฎหมาย หลักความสุจริตและเป็นธรรม กฎหมายว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ กำหนดให้การอนุญาโตตุลาการจะต้องพิจารณาวินิจฉัยข้อพิพาท โดยยึดหลักพิจารณาตามข้อเท็จจริง ถูกต้อง ตามข้อกำหนดของกฎหมาย และให้มีความเที่ยงธรรมต่อคู่พิพาท
2.5 วิวัฒนาการของการระงับข้อพิพาทโดยการอนุญาโตตุลาการในประเทศไทย
การระงับข้อพิพาทโดยการอนุญาโตตุลาการในประเทศไทยเท่าที่ปรากฏหลักฐานพบว่า ในกฎหมายตราสามดวงมีการบัญญัติเกี่ยวกับการแต่งตั้งตระลาการโดยคู่ความ ซึ่งแตกต่างจากตระลาการที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง ประเทศไทยมีกฎหมายรองรับระบบอนุญาโตตุลาการมาตั้งนานแล้ว เริ่มตั้งแต่มีการประกาศใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเมื่อ พ.ศ. 2477 แต่ไม่ได้รับความนิยมมากนัก จนเมื่อสมาคมหอการค้าไทยได้จัดตั้งและเผยแพร่ระบบอนุญาโตตุลาการ ในขณะนั้นมีหน่วยงานเอกชนและหน่วยงานราชการบางหน่วยได้เลือกใช้ระบบอนุญาโตตุลาการของสมาคมหอการค้าไทย จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2530 ได้มีการประกาศใช้ พ.ร.บ. อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2530 โดยแยกอนุญาโตตุลาการออกจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และศาลยุติธรรมได้จัดตั้งสถาบันอนุญาโตตุลาการขึ้นโดยอยู่ในความดูแลของศาลยุติธรรมและประกาศใช้ข้อบังคับสำนักงานศาลยุติธรรมว่าด้วยการอนุญาโตตุลาการ ปัจจุบันได้มีการประกาศใช้ พ.ร.บ. อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2550 เพื่อเป็นการส่งเสริมการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการแทนการระงับข้อพิพาทในศาล
2.6 ประโยชน์ของการระงับข้อพิพาทโดยวิธีการอนุญาโตตุลาการ
- ความสะดวก คู่พิพาทสามารถกำหนดวิธีการพิจารณาและขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ ได้
- ความรวดเร็ว ศาลยุติธรรมในประเทศมักจะมีปริมาณคดีมากและอาจใช้เวลานานหลายปีในการตัดสินชี้ขาด แต่คณะอนุญาโตตุลาการมักจะใช้เวลาน้อยกว่าในการวินิจฉัยข้อพิพาทเป็นที่สุด
- ความเชี่ยวชาญ เนื่องจากคู่พิพาททั้ง 2 ฝ่ายเป็นผู้เลือกอนุญาโตตุลาการเองจึงสามารถคัดเลือกผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในเรื่องที่เป็นข้อพิพาทได้ตามความพอใจ
- ความลับ เนื่องจากหลักการพิจารณาคดีของศาลต้องทำโดยเปิดเผย ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ทางธุรกิจ แต่กระบวนการต่างๆ ของการอนุญาโตตุลาการนั้นจะกระทำเป็นความลับ
- ความเป็นที่สุดของคำชี้ขาด เนื่องจากกระบวนการอนุญาโตตุลาการเป็นการระงับข้อพิพาทแบบชั้นเดียว คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการจึงถือเป็นที่สุดและยุติผูกพันคู่พิพาท การนำคำชี้ขาดไปสู่กระบวนการทางศาลเป็นเพียงขั้นตอนการบังคับหรือการเพิกถอนคำชี้ขาดเท่านั้น
- ผลบังคับทั่วโลก ในคดีต่างๆ ส่วนมากคู่พิพาทจะยอมปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการโดยทันทีและยุติข้อพิพาทได้ แต่ในกรณีที่ไม่มีการปฏิบัติตามคำชี้ขาด ฝ่ายที่ชนะคดีสามารถใช้มาตรการทางกฎหมายให้มีการบังคับตามคำชี้ขาดต่อทรัพย์สินของอีกฝ่ายหนึ่งได้
ในกรณีที่เป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับธุรกิจระหว่างประเทศ การบังคับตามคำชี้ขาดมักกระทำในประเทศอื่นที่มิใช่ประเทศที่มีการดำเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการหรือประเทศของฝ่ายที่ชนะคดี คำชี้ขาดจะได้รับการยอมรับและบังคับตามคำชี้ขาดได้โดยง่ายในระดับสากลมากกว่าคำพิพากษาของศาลในประเทศ เนื่องมาจากอนุสัญญาของสหประชาชาติว่าด้วยการยอมรับนับถือและการใช้บังคับ
2.7 ข้อจำกัดของการระงับข้อพิพาทโดยวิธีการอนุญาโตตุลาการ
ในอดีตมีหลายหน่วยงานได้ใช้วิธีการอนุญาโตตุลาการในการระงับข้อพิพาทแต่ปรากฏว่าไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควรจนกระทั่งคู่พิพาทหลายหน่วยงานมีแนวคิดที่จะไม่ใส่ข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการหรือถอนข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการออกจากข้อสัญญาเช่นเดียวกันเนื่องจากความไม่สะดวก และไม่มั่นใจในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ
ข้อพิพาทที่จะเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการนั้นจะต้องเป็นกรณีพิพาททางแพ่งเท่านั้น ส่วนมากเป็นข้อพิพาทที่เกิดจากสัญญาประเภทต่างๆ
- ไม่เหมาะกับข้อพิพาททุนทรัพย์ไม่มาก เนื่องจากกระบวนการอนุญาโตตุลาการมีค่าใช่จ่ายในการดำเนินการ
- ค่าใช้จ่ายในกระบวนการพิจารณาบางครั้งสูง
- ความเป็นอิสระและเป็นกลางของอนุญาโตตุลาการ
- ไม่สามารถบังคับคดีได้ ต้องขอให้ศาลช่วยในการดำเนินการบังคับคดี
2.8 ประเภทของการอนุญาโตตุลาการ
การอนุญาโตตุลาการแบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้
- การอนุญาโตตุลาการเฉพาะกิจกับการอนุญาโตตุลาการโดยสถาบัน
- การอนุญาโตตุลาการเฉพาะกิจ (Ad Hoc Arbitration) เป็นวิธีการระงับข้อพิพาทที่คู่พิพาทดำเนินการระงับข้อพิพาทตามวิธีอนุญาโตตุลาการด้วยตนเอง
- อนุญาโตตุลาการโดยสถาบัน (Institutional Arbitration) เป็นวิธีการระงับข้อพิพาทที่คู่พิพาทตกลงระงับข้อพิพาทกันโดยใช้บริการของสถาบันอนุญาโตตุลาการ ซึ่งสถาบันดังกล่าวอาจเป็นสถาบันที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้บริการด้านอนุญาโตตุลาการโดยเฉพาะ เช่น สถาบันอนุญาโตตุลาการของสำนักงานศาลยุติธรรม ส่วนในต่างประเทศ เช่น สถาบันอนุญาโตตุลาการของสภาหอการค้าระหว่างประเทศ (International Chamber of Commerce - ICC) สมาคมอนุญาโตตุลาการของสหรัฐอเมริกา (American Arbitration Association - AAA) - การอนุญาโตตุลาการในศาลกับการอนุญาโตตุลาการนอกศาล
- การ อนุญาโตตุลาการในศาล คือ การที่คู่พิพาททั้ง 2 ฝ่ายซึ่งมีคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลตกลงกันให้มีอนุญาโตตุลาการชี้ขาดได้ โดยความเห็นชอบของศาล (มาตรา 210-220 และ 222 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง)
- การอนุญาโตตุลาการนอกศาล คือ การที่คู่พิพาทตกลงกันเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการพิจารณาชี้ขาด โดยไม่ได้ฟ้องคดีต่อศาล ซึ่งอาจตกลงกันไว้ล่วงหน้าก่อนมีข้อพิพาทหรืออาจตกลงกันภายหลังจากที่มีข้อพิพาทแล้วก็ได้
การอนุญาโตตุลาการส่วนใหญ่ในนานาประเทศรวมทั้งประเทศไทยนั้นเป็นการอนุญาโตตุลาการนอกศาล ซึ่งจะอยู่ภายใต้บังคับของ พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2550 - การอนุญาโตตุลาการในประเทศกับการอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ
- การอนุญาโตตุลาการในประเทศ เป็นกระบวนการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการในประเทศใดประเทศหนึ่ง ไม่ว่าคู่กรณีจะมีสัญชาติใด
- การอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ เป็นกระบวนการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการที่ดำเนินการภายนอกประเทศ ไม่ว่าคู่กรณีจะมีสัญชาติใด
2.9 การตั้งและการคัดค้านอนุญาโตตุลาการ
ตามข้อบังคับของสำนักงานศาลยุติธรรมว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ สถาบันอนุญาโตตุลาการ หมวด 3 คำคู่ความและการส่งคำคู่ความ ในหัวข้อการตั้งอนุญาโตตุลาการ และการคัดค้านอนุญาโตตุลาการ ระบุไว้ดังนี้
- การแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการ (Appointment of arbitrator) ให้มีอนุญาโตตุลาการ 3 คนเป็นผู้ชี้ขาด ประกอบด้วย บุคคลที่คณะกรรมการสถาบันอนุญาโตตุลาการเลือกจากบัญชีรายชื่ออนุญาโตตุลาการของสถาบันฯ ทำหน้าที่เป็นประธาน จำนวน 1 คน และบุคคลซึ่งคู่พิพาทแต่งตั้งอีกฝ่ายละ 1 คน
- การคัดค้านอนุญาโตตุลาการ (Challenge of arbitrator) คู่พิพาทอาจยื่นหนังสือคัดค้านการตั้งอนุญาโตตุลาการได้ ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยในความเป็นอิสระหรือความเป็นกลาง ภายใน 15 วันนับแต่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุนั้น แต่ต้องก่อนวันที่อนุญาโตตุลาการสั่งปิดการพิจารณา
2.10 ข้อพิพาทอะไรบ้างที่สามารถระงับได้ด้วยวิธีการอนุญาโตตุลาการ
วิธีการอนุญาโตตุลาการจะสามารถใช้ระงับข้อพิพาทที่เกี่ยวกับข้อพิพาททางแพ่งและพาณิชย์ทั้งปวงที่ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยที่สามารถนำไปฟ้องร้องคดีต่อศาล เช่น สัญญาซื้อขาย สัญญาจ้างทำของ สัญญาจ้างก่อสร้าง ข้อพิพาททางปกครองระหว่างหน่วยงานของรัฐกับเอกชน เป็นต้น แต่หากเป็นข้อพิพาททางอาญา ได้แก่ กรณีที่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นความผิดทางอาญาหรือมีโทษทางอาญา ไม่ว่าจะเป็นการจำคุก กักขัง หรือปรับ จะไม่สามารถให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องเหล่านี้ได้ จะต้องให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน
2.11 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาโตตุลาการ
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 210 ถึงมาตรา 220, 222 และมาตรา 221
- พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2550
- พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร พ.ศ. 25..
- พระราชกฤษฎีกากำหนดงานในอาชีพและวิชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำออกตามความในพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2521
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิบัติตามคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2544
2.12 ประเด็นที่เป็นข้อพิพาทในงานวิศวกรรม
ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นและนำไปสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการกว่า 70% เป็นข้อพิพาทที่เกิดจากสัญญาจ้างทำของ โดยเฉพาะการก่อสร้างอาคารหรือโรงเรือน โรงงานต่างๆ ซึ่งมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม เกือบทั้งหมดอาทิเช่น
- ค่าปรับจากการทำงานล่าช้า
- ค่าใช้จ่ายในการประกวดราคาใหม่
- ค่ารื้อถอนอาคารที่สร้างไม่ถูกต้อง
- ค่าจ้างผู้รับเหมารายใหม่
- ค่างานเพิ่ม – ลด
- ค่าจ้างคนดูแลสถานที่
- เรียกเงินประกันผลงานคืน
- เรียกค่าก่อสร้างที่ค้างชำระ
- ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ
- ค่าเสียหายจากการก่อสร้างชำรุดบกพร่อง
- ค่าจ้างบุคคลอื่นมาแก้ไขความชำรุดบกพร่อง
2.13 การดำเนินกระบวนการพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการภายนอกศาล
ขั้นตอนของกระบวนการพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการภายนอกศาล ซึ่งตามพ.ร.บ. อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 และข้อบังคับว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ สถาบันอนุญาโตตุลาการ ในกรณีที่คู่พิพาทตกลงกันไว้ในสัญญาว่าจะใช้การอนุญาโตตุลาการ เมื่อมีข้อพิพาทเกิดขึ้นโดยไม่ฟ้องคดีต่อศาล สามารถดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนพิจารณาอนุญาโตตุลาการได้ดังต่อไปนี้
กิตติกรรมประกาศ
ท้ายนี้ผู้เขียนใคร่ขอขอบพระคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เสรีย์ ตู้ประกาย ที่ได้กรุณาให้โอกาสผู้เขียนได้ศึกษาเรื่องการอนุญาโตตุลาการกับงานวิศวกรรม จึงทำให้เกิดบทความ ความรู้เบื้องต้นของการระงับข้อพิพาทโดยการอนุญาโตตุลาการขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
เอกสารอ้างอิง
[2] ปรัชญา อยู่ประเสริฐ, 2552. การอนุญาโตตุลาการสำหรับบุคลากรทางการก่อสร้าง. กระบวนการระงับข้อพิพาทในงานวิศวกรรม, วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูประถัมภ์
[3] กฎหมายและข้อบังคับว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ, สถาบันอนุญาโตตุลาการ. สำนักงานศาลยุติธรรม
[4] การอนุญาโตตุลาการ, สถาบันอนุญาโตตุลาการ. สำนักงานศาลยุติธรรม
[5] คู่มือการระงับข้อพิพาทสำหรับประชาชน, สถาบันอนุญาโตตุลาการ. สำนักงานศาลยุติธรรม
[6] ปรัชญา อยู่ประเสริฐ และคณะ, 2550. หัวข้อ การระงับข้อพิพาททางเลือกในความท้าทายใหม่ของการพัฒนากระบวนการยุติธรรม : ประชาชนได้ประโยชน์อะไร. การประชุมทางวิชาการระดับชาติว่าด้วยงานยุติธรรม ครั้งที่ 5, ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
[7] รศ. ดร.กอบกุล รายะนาคร, การระงับข้อพิพาทโดยสันติ. คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ประวัติผู้เขียน

